วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เที่ยวไทยช่วยชาติที่.....อัมพวา



เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเที่ยวช่วยชาติที่อัมพวาค่ะ พักที่โฮมสเตย์เรื่อนสบาย ก็สบายสมชื่อค่ะ เจ้าของก็น่ารักและเป้นกันเองมากๆ เลยเก็บภาพมาฝากนะค่ะ
เริ่มจากห้องพัก ชื่อห้องบุหงา ราคาคืนละ 700 บาท แต่ถ้าเพิ่มคนก็เพิ่มท่านละ 200 บาท เป็นห้องน้ำรวมแต่ก็สะดวกนะ เพราะห้องจะอยู่ชั้น 2 ด้านหน้า เปิดหน้าต่างมาก็เห็นแม่น้ำเลย



บรรยากาศยามเย็นก็จะสบายๆ มี ชายน้ำให้นั้งทอดอารมณ์ดูเรือผ่านไปมา ให้มองกันแบบเย็นๆ เงียบสงบ สบ๊าย สบาย สมชื่อ เรือนสบาย โฮมสเตย์



ยามกลางคืนก็จะได้บรรยากาศตลาดน้ำยามเย็นที่สวยงามมาก แถมของกินเพียบ อาหารทะเลก็จะมีทั้งสองฝั่ง โดยเฉพาะกุ้งจะบอกว่าถูก และสดมากๆ น้ำจิ้มซีฟู้ด ก็รสชาติจัดจ้าน เข้าบรรยากาศ แต่ถ้าใครชอบแนวๆ หรือ ชอบนั่งฟังเพลง ก็จะมีร้านแนวๆ ให้เลือกเพียบ แต่ถ้าชอบแบบบ้านๆ แนะนำว่าไปซื้ออาหารในเรือกินกันเลย จะได้บรรยากาศมาก

ดินเนอร์ใต้แสงตะเกรียง







ที่นี่ก็ยังเป็นแหล่งความรู้วิถีชาวบ้านด้วย



หิ่งห้อยน้อย เรืองแสง





ยามเช้าได้ใส่บาตร จะมีพระออกมารับบาตรตั้งแต่เช้าตรู เรียกว่า ตั้งแต่ 6 โมงเช้ากันเลย ถ้าสาย 7 โมงอาจไม่ได้ใส่นะคะ




พอทำบุญเสร็จก็ถึงเวลาช๊อปปิ้ง กันแล้ว

ของแนว แนว ก็มีมากมาย ทั้งเครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน เสื้อผ้า
















หิวแล้วแนะนำ ก๋วยจั๊บอร่อยมาก




หาขนมกินกันดีกว่า





เดินเมื่อยแล้วก็นวดกันได้ แต่ถ้าชอบบรรยากาศ แนะนำนวดในเรือ แต่ไปไม่ทันเลยอดหน่ะ ฮือ ฮือ



เก็บตกที่โฮมสเตย์ก่อนเช็คเอ้าท์













แอ๊บท่า โบราณ โบราณ แบบ แม่หญิง


วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

กรรมที่ทำให้ต้อง….ผิดหวังในความรัก

คนส่วนใหญ่ที่ได้ถามคำถามดวงเข้ามาในกระทู้นั้น ส่วนใหญ่มักจะป็นคำถามที่เกี่ยวกับความรักแทบทั้งสิ้น และอีกเช่นกันไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มาดูดวงส่วนตัวกับ กสิณา ส่วนใหญ่ก็มักจะมีปัญหาในเรื่องของหัวใจกันแทบทั้งนั้น ดังนั้น กสิณา จึงข้อยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่กำลังมีปัญหาเรื่องของความรักอยู่ในขณะนี้ และอาจจะทำให้สามารถคิดพิจารณาเพื่อหาสาเหตุได้ไม่มากก็น้อย

สาเหตุของการที่คนเรานั้นผิดหวังในความรักก็คงจะมีอยู่มากมายแต่วันนี้จะข้อหยิบยกมาด้วยเรื่องของ “กรรม”
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมที่ได้กระทำให้พ่อ แม่ของเราต้องเสียใจค่ะ ก่อนอื่นก็ต้องขอออกตัวก่อนว่า กสิณา ไม่ได้เก่งในเรื่องของธรรมะ หรือ สามารถระบุกรรม สแกนกรรม ของใครได้ เพียงนำประสบการณ์ ทั้งของตนเอง และคนรอบข้าง รวมถึงอาจเคยศึกษาฟังจากครูบาร์อาจารย์ในเรื่องของกรรมมาบ้างเล็กน้อย จึงขอถือว่าเป็นการเล่าสู่กันฟังจะดีกว่าค่ะ

กรรมที่เราได้กระทำให้พ่อ แม่ที่เป็นผู้ที่รักเรามากที่สุดในโลกนี้ รักแบบไม่มีเงื่อนไง ไม่หวังสิ่งใด ตอบแทน แค่ขอได้เห็นลูกมีความสุขก็พอใจ ดังนั้นหากเราทำร้ายจิตใจให้พอแม่ของเราเสียใจ ก็ย่อมเป็นผลกรรมส่งให้เราต้องเสียใจไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และผลมักจะเกิดกับการที่เราต้องเสียใจเพราะคนรักของเราอย่างแน่นอน หลายๆ ท่านคงจะคิดว่า เราไม่เคยทำอะไรให้พ่อ แม่เสียใจ หรือเดือนร้อน ลองดูข้อความต่างๆ เหล่านี้และตอบว่าเคยหรือไม่นะคะ

1. ในวันที่คุณเกิด พ่อของคุณต้องกังวล และทุกข์ใจด้วยความเป็นห่วงในความปลอดภัยของคุณ และแม่ของคุณ ต้องเสียน้ำตา และเลือดเพราะความเจ็บปวดเพื่อคลอดคุณออกมา
2. เมื่อคุณเป็นทารก คุณหิว คุณร้องไห้โดยไม่เกรงใจใครไม่ว่าจะเป็น ตี 2 ตี 3 หรือเวลาไหนก็ตาม พ่อแม่คุณก็ต้องตื่นมาหานมให้คุณกิน
3. คุณเป็นเด็กไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ พ่อแม่ของคุณต้องทำให้ทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็น อาบน้ำ แปรงฟัน ป้อนข้าว ให้นม เช็ดอิให้คุณ ซักเสื้อผ้า ปูที่นอน ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม หิวก็ต้องทำให้ลูกก่อนที่จะทำให้ตัวเอง
4. คุณอยากไปเที่ยว พ่อแม่ต้องอุ้มคุณ ต้องแบกน้ำหนัก เมื่อยแขน ขา ก็ต้องทน
5. วันหนึ่งคุณอารมณ์ไม่ดี อยากอยู่คนเดียว พ่อแม่เรียกคุณกินข้าว คุณไม่อยากกิน พ่อแม่กลัวคุณหิว ด้วยความเป็นห่วง จึงเรียกคุณอีกและถามว่าเป็นอะไรลูก คุณหงุดหงิด โมโห ตะครอกใส่ท่าน ว่า “อย่ามายุ่ง เซ้าซี้ น่ารำคาญ”
6. คุณติดเพื่อนคุยโทรศัพท์กับเพื่อน พ่อแม่มองคุณเพราะอยากคุยกับคุณ คุณก็ไม่สนใจท่าน และเดินผ่านไปโดยไม่มองท่านเลย
7. คุณไปเที่ยวกลางคืนดึกดื่น พ่อแม่นอนไม่หลับ ต้องอดนอนเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของคุณ คุณรำคาญและเซ็งเพราะโตแล้วดูแลตัวเองได้แล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก น่ารำคาญ
8. คุณมีเรื่องมีปัญหาแก้ไขไม่ได้ แต่คุณปล่อยไปจนเวลากระชั้นชิด คุณจึงต้องการความช่วยเหลือจากพ่อแม่ พ่อแม่ก็เครียดและสอนคุณ ต่อว่าคุณเล็กน้อย คุณก็เข้าใจว่าท่านซ้ำเติม คุณโมโหใส่ ตะโกนเสียงดัง หรือพูดเสียดสี ว่าไม่ช่วยก็อย่าช่วย ไม่ง้อ และเดินหนีไป

9. เวลาที่คุณอยากกินของอร่อย หรือ ไปเที่ยวพักผ่อนคุณมักชวนแฟน หรือเพื่อนของคุณไปด้วย ในช่วงแห่งความสุขคุณไม่คิดถึงพ่อแม่เลย

10. ในวันเกิดของคุณ คุณนำเงินของคุณไปเลี้ยงฉลอง ดื่มเหล้า คุณโทรหาแฟนและเพื่อนของคุณเพื่อไปฉลอง ปาร์ตี้ของคุณสนุกจนลืมโทรหา พ่อและแม่ทั้งๆ ที่ท่านก็อยากกอดคุณ


คำตอบของคุณคือใช่เกือบทุกข้อใช่ไหม คุณคงคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะเรียกเป็นกรรมได้เลยเหรอทั้งๆ ที่ดูแล้วเป็นเรื่องธรรมด้า ธรรมดา แต่นั้นแหละคือ “กรรม” เพราะคนที่แคร์คุณมากที่สุด มีพระคุณกับคุณมากที่สุด คุณกลับไม่แคร์เขาและทำให้เขาเสียใจ นั้นก็หมายความว่า เมื่อคุณรักใครมากที่สุด คุณก็จะเสียใจมากที่สุดเช่นกัน พระพุทธองค์ทรงตรัสอุปมาไว้ว่า “ถ้าบุตรจะพึงวางบิดา มารดาไว้บนบ่าทั้งสองข้างของตน ประคับประคองท่านอยู่บนบ่านั้น ป้อนข้าวป้อนน้ำและให้ท่านถ่ายอุจจาระปัสสาวะบนบ่านั้น แม้บุตรจะมีอายุถึงร้อยปี และปรนนิบัติท่านไปจนตลอดชีวิต ก็ยังนับว่าตอบแทนพระคุณท่านไม่หมด” เห็นไหมคะว่าแม้เราจะดูแลท่านดีขนาดไหนจนตลอดทั้งชีวิตของเรา เราก็ยังไม่สามารถจะทดแทนพระคุณของท่านหมด ดังนั้นถ้าเราทำให้ท่านเสียใจแม้เพียงนิด ก็ถือเป็นบาปได้ แล้วลองคิดดูว่าถ้าทำอย่างอื่นที่ร้ายแรงกว่านี้ ทำให้ท่านทุกข์ใจกว่านี้จะบาปขนาดไหน เราทำมาอย่างไรเราก็ได้อย่างนั้น หากแฟนของคุณทำกิริยาบางอย่างให้คุณเสียใจลองคิดดูว่าคุณเคยทำกิริยานี้กับพ่อแม่หรือเปล่า รวมถึง ปู่ย่า ตายาย ที่รักคุณด้วยนะคะ มีผลแน่นอน ตัวอย่าง ใน 10 ข้อที่เขียนมาเป็นความจริงที่มีผู้ได้รับผลจริงค่ะ เช่น กสิณา มีเพื่อนคนหนึ่ง สวยมาก สวยพอจะเป็นดาราได้เลย ลองคิดดูสิว่าแฟนเธอจะรักเธอขนาดไหน แต่ มันไม่เป็นอย่างนั้น แฟนเธอไปมีคนอื่น ทั้งๆ ที่เธอดีแสนดี เอาใจใส่ทุกอย่าง เธอเล่าให้ฟังว่า เธอไม่เคยเสียใจเท่ากับ การเอาข้าวและกับข้าว ที่ขับรถไปซื้อร้านที่จัดว่าเป็นเจ้าอร่อยมีชื่อเสียง ต้องรอถึง 2 ชั่วโมงกว่า กว่าจะได้ กลับมาใส่จานอย่างดี เอาไปเสริฟแฟน เอาใจอย่า งดีแทบจะป้อน แต่แฟนอารมณ์เสีย และพูดตะครอกว่า “อย่ามายุ่ง ไม่กิน เซ้าซี้ น่ารำคาญ เอาไปทิ้งไป” เธอร้องไห้ไปล้างจานไป ด้วยความเสียใจ จนเธอได้เข้ามาทางธรรมจึงได้คิดว่าครั้งหนึ่งเคยพูดแบบนี้กับแม่ และทำให้แม่ร้องไห้ เห็นไหมว่าเป็นกรรมส่งผลจริงๆ แม้จะสวยขนาดไหน ดีขนาดไหน ก็ต้องเสียใจอยู่ดี กสิณาเองก็เคยเหมือนกันสมัยเรียนก็เคยทำให้แม่เป็นห่วงเพราะไปเที่ยวกับเพื่อนกลับดึก แต่แม่ไม่ได้โกรธ และเราก็ไม่ได้ทำกิริยาไม่ดีกับแม่ แต่แม่นอนไม่หลับบอกว่าไม่ยอมโทรบอก แล้ววันหนึ่งกรรมก็ตามทัน เคยมีแฟนคนหนึ่งชอบไปเที่ยวมาก เที่ยวแล้วก็ไม่โทรมาตอนนั้นเราก็หึงมากโทรเขาก็รับบ้างไม่รับบ้าง ตอนนั้นเราก็ไม่ได้ว่าถ้าจะไปเที่ยวแต่คนเป็นแฟนกันมันก็ต้องบอกกันบ้าง เวลาที่เขาไม่ รับเรารู้สึกว่าเขาไม่แคร์ และก็จะคิดพุ้งซ่านต่างๆ นาๆ และก็ไม่จริงใจกับเรา เราสุดท้ายเขาก็ไปมีคนอื่น เราก็ต้องร้องไห้ขี้มูกโปร่งเป็นธรรมดา นี่เป็นแค่แฟนยังเสียใจเป็นปีๆ คิดดูนะคะ เศร้ามาก มีอีกกรณีที่เป็นเรื่องจริงของ เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ทำให้แม่ต้องเสียใจ ไม่ยอมเรียนหนังสือ เอาแต่ใจตัวเอง รักเพื่อนเอาเงินไปเลี้ยงเพื่อน เลี้ยงผู้หญิง ถึงขั้นขโมยเลยก็มี พอขอแม่ไม่ให้ก็ด่า และทำร้ายแม่ มีเมียแม่ก็เลี้ยงให้ เสียเงินให้ตลอด จนมีคนหนึ่งที่เขารักมากยอมทำทุกอย่างให้ และอยากสร้างครอบครัว แต่สิ่งที่เขาเคยทำผิดกลับทำให้เขาต้องเข้าไปอยู่ในคุก ทำให้แม่เสียใจมาก แม่ก็เลี้ยงเมียให้ แต่สุดท้าย เมียก็หนีทิ้งไปมีคนใหม่ มีแต่แม่แก่ๆที่ต้องไปหาคอยให้ข้าวน้ำนั้นเอง เห็นไหมคะว่ามันเป็นเรื่องของผลกรรมที่ตามทันกันในชาตินี้ ลองคิดดูว่า ถ้าทำกรรมมากกว่านี้จะตามไปถึงชาติไหน ต่อไหนเลย คิดดูน่ากลัวมากค่ะ

ถ้าใครที่ยังไม่ได้ทำให้พ่อแม่เสียใจและเป็นลูกที่ดูแลพ่อแม่เป็นอย่างดีก็ขอให้บุญกุสลนี้ช่วยให้คุณพบแต่ความสุขความเจริญ แต่ถ้าใครที่คิดได้ว่าได้เคยทำก็ยังแก้ไขได้ค่ะ กลับไปกอดและหอมแก้ม บอกว่ารักท่านนะคะ ชีวิตคุณจะมีความสุขความเจริญตลอดไปค่ะ ขอให้ทุกท่านมีความรักที่ดีค่ะ


การแก้กรรม สำหรับคนที่มีปัญหาในด้านความรัก และเข้าข่ายว่าจะเคยทำให้พ่อแม่เสียใจ ให้แก้ดังนี้ค่ะ


1. กราบขอขมา ขออโหสิกรรมสิ่งที่ทำให้พ่อแม่เสียใจ ควรกราบที่เท้า ให้หน้าผากติดเท้า เมื่อพ่อแม่บอกอโหสิกรรมกับคุณแล้วนอกจากคุณจะได้พบกับความรักที่ดีแล้ว ยังมีความเจริญก้าวหน้าทั้งหน้าที่การงาน และการเงินอีกด้วยค่ะ
2. พยายามดูแล เอาใจใส่ท่าน ถ้ามีเงินเดือนทำงานได้แล้วก็ให้เงินท่านบ้าง ดูแลสุขภาพ และข้าวปลาอาหาร บ้างจะได้อานิสงค์เช่นกัน

3. หากไม่มีพ่อแม่ อาจหมายถึงกรรมเก่า ควรทำบุญแผ่เมตตา และขออโหสิกรรมกับพ่อแม่ในทุกพบทุกชาตินะคะ


จงอย่าคิดถึงพ่อและแม่เฉพาะในวันพ่อและวันแม่แห่งชาติเท่านั้น เพราะในทุกๆวัน พ่อและแม่คิดถึงคุณเสมอ

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ศาสตร์แห่งตัวเลข

ศาสตร์แห่งตัวเลข


ดูดวง ดวงชะตา เมื่อตัวเลขวันเดือนปีเกิดของเราสามารถนำมาใช้ ดูดวง ตรวจ ดวงชะตา ได้ ซึ่งการ ดูดวง ตรวจ ดวงชะตา นี้ใช้สูตรการคำนวณตามหลักนัมเมอโรโลจี้
เชื่อหรือไม่คะว่า วันเดือนปีเกิดของเรา คือกุญแจไขปริศนาแห่งโชคชะตา ที่แม่นเหลือเชื่อ!! ด้วยศาสตร์แห่งตัวเลข เราทุกคนสามารถค้นหาเลขนำโชคประจำตัวได้ โดยใช้สูตรการคำนวณตามหลักนัมเมอโรโลจี้ สมมติว่า คุณเกิดวันที่ 4 มกราคม 1974 ให้นำเลขทั้งหมดแยกเป็นหลักเดียว แล้วนำมาบวกกัน เริ่มนับเดือนมกราคมเป็น 1 ไล่ไปจนถึงเลข 12 ตรงกับเดือนธันวาคม กรณีนี้จะได้ 4+1+1+9+7+4 = 26 หลังจากนั้นนำเลขสองหลักที่ได้มาบวกให้เหลือหลักเดียวคือ 2+6 = 8 เลขประจำตัวของคุณได้แก่ 8 แต่ถ้าผลลัพธ์ที่ได้คือ 11 และ 12 ไม่ต้องคำนวณใหม่ เพราะเป็นมาสเตอร์นัมเบอร์ สามารถนำมาตีความได้เช่นกัน มีข้อแม้เพียงอย่างเดียวว่า ต้องใช้ปีเกิดเป็น ค.ศ.แบบฝรั่ง
1 ลุยไม่ยั้ง โอกาสมาถึงแล้ว
ปีชวดเป็นปีทองของคุณอย่างแท้จริง ลุยไปข้างหน้าได้อย่างเต็มที่ ไม่มีอะไรฉุดรั้งคุณไว้ได้ อย่างไรก็ดี ปีนี้งานอาจจะหนักสักหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มกับความเหนื่อยแน่นอน เพราะโอกาสดีๆกำลังรอคุณอยู่ และไม่ว่าคุณจะทำอะไร ก็มีผู้ใหญ่คอยให้การสนับสนุน เป็นปีที่ดีสำหรับการเริ่มต้น
2 ระวังเงินรั่ว งานไม่เดิน
เป็นปีที่ไม่หมูเลยสำหรับคุณ ไม่เหมาะกับการริเริ่มงานใหม่ๆ และหมดสิทธิ์เลื่อนขั้น หรือขึ้นเงินเดือน ปีนี้ยังต้องระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายเป็นพิเศษ เพราะรายรับหด แต่รายจ่ายบานปลาย เป็นอีกหนึ่งปีที่สาหัสสำหรับคุณ ยังไงซะ ใช่จะมีแต่เรื่องร้ายๆ งานอาจไม่รุ่ง แต่เรื่องครอบครัวและความสัมพันธ์กับคนรอบข้างยังแจ่มแจ๋วอยู่ เป็นปีที่เหมาะกับการผูกมิตร สร้างสัมพันธ์ และสานรักในครอบครัว เคล็ดลับผูกใจก็คือ จงอดทนและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
3 ปาร์ตี้ไทม์ ดาวเด่นในสังคม
ปีนี้เป็นปีแห่งการสังสรรค์ ปาร์ตี้ไทม์ คุณจะเป็นดาวเด่นในสังคม ไม่ว่าไปปรากฎกายที่ไหน ก็ได้รับเสียงชื่นชม ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆจะผุดขึ้นระหว่างกำลังเจ๊าะแจ๊ะ ตลอดปีนี้คุณจะได้พบปะเพื่อนใหม่ๆ ได้ดื่มด่ำกับสุนทรียภาพหลากหลายด้าน และได้รับการ์ดเชิญไปงานปาร์ตี้คึกคักกว่าปีก่อนๆหลายเท่าตัว เรียกว่าเป็นปีฮอตของสาวฮอตขนานแท้
4 จัดระเบียบชีวิตใหม่
ถึงเวลาซะทีที่จะต้องบริหารเวลาใหม่ และจัดระเบียบชีวิตอย่างจริงจัง เลิกใช้ชีวิตแบบสนุกไปวันๆได้แล้ว เพราะปีนี้เป็นปีที่คุณต้องทบทวนตัวเองในทุกด้านว่าอะไรคือเป้าหมายแท้จริง!! ลองเริ่มจากการจัดระเบียบร่างกาย หาเวลาไปตรวจเช็กสุขภาพ ลุกขึ้นออกกำลังกาย หันมาทานอาหารเพื่อสุขภาพ และสร้างสมดุล ถือเป็นปีแห่งการปัดฝุ่น เพื่อเตรียมรับสิ่งใหม่ๆเข้ามาในชีวิต ข่าวดีจะมาจากทางไกล
5 ชีพจรลงเท้า เซอร์ไพรส์ไม่หยุด
ออกจะวุ่นวายหน่อยนะคะสำหรับปีนี้ เพราะเป็นปีแห่งความเปลี่ยนแปลง เซอร์ไพรส์ และการเดินทางเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ แทบหาเวลาอยู่นิ่งๆไม่ได้ ปีนี้คุณจะต้องเดินทางเป็นว่าเล่น ได้พบปะผู้คนใหม่ๆ และได้ไปเยือนสถานที่แปลกๆ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้อย่างมาก เผลอๆคุณอาจได้พบรักแบบหวือหวา จุดปุ๊บติดปั๊บไฟรักโชติช่วง ทำให้ซู่ซ่าส์ในหัวใจ ปีนี้คุณยังมีสิทธิ์ได้ของชิ้นใหญ่ราคาแพง เช่น รถยนต์, บ้าน และที่ดิน ส่วนจะควักกระเป๋าซื้อเอง หรือมีนายทุนอุปถัมภ์ ต้องค้นหาคำตอบเอง
6 ครอบครัว ต้องมาก่อน
เรื่องงานและการเงินยังราบรื่นเป็นปกติ แต่ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญที่สุดในปีนี้คือ การเอาใจใส่ และดูแลคนในครอบครัวเป็นพิเศษ ปีนี้เป็นปีแห่ง ความรับผิดชอบต่อคนที่คุณรัก หรืออาจหมายถึงการลงหลักปักฐานกับคนรู้ใจที่คบหากันมานาน บ้านที่อบอุ่นและมีความสุข เป็นพื้นฐานสร้างอนาคตสำหรับคุณ
7 สงบนิ่ง ทบทวนตัวเอง
เป็นปีแห่งการทดสอบความอดทนครั้งแล้วครั้งเล่า คุณจะรู้สึกโดดเดี่ยว อยากเก็บเนื้อเก็บตัว และอยู่กับตัวเองเยอะๆเพื่อทบทวนเรื่องราวในชีวิต อย่ามองว่าเป็นช่วงขาลงจนท้อแท้สิ้นหวัง เพราะอย่างน้อยๆ นี่ก็เป็นโอกาสดีให้คุณได้ค้นหาตัวเอง และหลีกหนีความวุ่นวาย เชื่อสิคะว่า เวลาที่คลื่นลมแรง ถ้าเราไม่เอาเรือออกทะเลซะอย่าง ก็ไม่ต้องบาด เจ็บเพราะถูกคลื่นซัด เพียงแต่ระวังไว้สักหน่อยว่า อย่าปล่อยให้ความเครียดถามหา จนกระทบสุขภาพ
8 โอกาสรอ อยู่ข้างหน้า
ถึงเวลาของการเก็บเมล็ดผลที่หว่านไว้มาแสนนาน ปีนี้เป็นปีแห่งความสำเร็จ คุณจะได้ทั้งชื่อเสียงและเงินทองเป็นรูปธรรมจากผลงานที่ทุ่มเทไว้เต็มกำลัง คุณมีสิทธิ์เลื่อนขั้น ได้รับมอบหมายงานใหญ่ และมีโอกาสใหม่ๆรอพิสูจน์ฝีมือ ไม่ว่าคุณจะหยิบจับโปรเจกต์ไหน ก็ดูเหมือนจะง่ายดายไปหมด ถือเป็นช่วงขาขึ้นในด้านการงาน ส่วนเรื่องความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างไม่น่าเป็นห่วง
9 รับความเปลี่ยนแปลง ครั้งใหญ่
ปีนี้ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นกับชีวิตคุณ เป็นช่วงเวลาแห่งการสิ้นสุด ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำอยู่จะเดินไปสู่จุดจบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน, ความรัก, การเรียน หรือสุขภาพ เท่ากับเป็นการล้างไพ่ใหม่หมด ก่อนจะนับหนึ่งใหม่ในอนาคต ทางที่ดีควรใช้ช่วงเวลานี้ให้เป็นประโยชน์ ลุกขึ้นปรับโฉมตัวเองแบบยกเครื่อง ไปหาคอร์สเรียนเพิ่มเติม หรือฝึกโยคะเพื่อเป็นการรีแล็กซ์ แม้จะเป็นปีแห่งการสูญเสีย แต่ถ้าเรามีสติในการรับมือ อีกไม่นานก็จะมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นในชีวิต
11 ชีวิตขาขึ้น กวาดทั้งเงินทั้งกล่อง
เป็นปีที่สุดยอดสำหรับคุณจริงๆ เพราะเป็นช่วงขาขึ้น เป็นปีแห่งความสำเร็จ ความคิดสร้างสรรค์และไอเดียใหม่ๆพุ่งกระฉูด หลังจากทุ่มเทงานหนักมานาน ถึงเวลากอบโกยทั้งชื่อเสียง เงินทอง และเกียรติยศ ปีนี้ยังเป็นปีแห่งการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ คุณจะสุขุมและชาญฉลาดขึ้น มีความเข้าใจโลกมากขึ้น และพร้อมสำหรับการรับตำแหน่งใหญ่ ที่มีบทบาทสำคัญต่อองค์กร
12 โลกทั้งใบ เป็นของคุณ
โอกาสดีๆโปรเจกต์ใหญ่ๆต่างวิ่งมาชนแทบเท้าคุณ อาจต้องอาศัยฝีมือและความทุ่มเทเพื่อพิสูจน์ แต่รับรองว่า คุณสอบผ่านฉลุยทำได้สำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์!! ปีนี้เป็นปีทองด้านการงาน คุณจะได้รับงานใหม่ที่มีตำแหน่งสูงขึ้น หน้าที่รับผิดชอบมากขึ้น ส่วนจะสร้างผลงานได้เข้าตาแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจจริง จำไว้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทุ่มเทลงไปในปีนี้ จะส่งผลดีระยะยาว เป็นช่วงเวลาที่โชคชะตาเข้าข้างคุณ จากการทำนายข้างต้น จะสังเกตเห็นว่าไม่มีเลข 0 กับ เลข 10 ก็เพราะ เลข 10 คือ 1+0 เท่ากับ 1 ค่ะ และผลลัพธ์ที่ได้ 0 ก็ไม่มีนะคะ

วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ประวัติท้าวมหาพรหมชินนะบัญจะระ




ประวัติ ท่านท้าวมหาพรหมชินนะบัญจะระ



ในอดีตกาลครั้งองค์สมณะโคดมเจ้า ทรงตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ครานั้นอัครสาวกเบื้องซ้ายและเบื้องขวาของพระพุทธองค์ คือ พระโมคคัลลานะ ผู้เลิศในอิทธิฤทธิ์ และพระสารีบุตรผู้เลิศในปัญญา ณ แคว้นพาราณสี ปรากฏเด็กน้อยนามว่า ชินนะ บุตรของมะติโตพราหมณ์ และนางยะถานาพราหมณ์ โคตรบัญจะระ เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาแห่งองค์พระศาสดาแต่ครั้งเยาว์วัย ได้บวชเป็นสามเณร และเป็นศิษย์ของพระโมคคัลลานะ สามเณรชินนะ ทรงภูมิปัญญาเป็นที่เฉลียดฉลาดเป็นยิ่ง ศรัทธาในการบิณฑบาตอย่างสงบขยันหมั่นเพียรเป็นนิจ ครั้นอายุได้เพียง 7 ขวบก็สำเร็จอรหันต์สามเณร ชินนะ บัญจะระ นับว่ามีรูปงาม เสียงไพเราะ รู้พิธี เจ้าระเบียบ รอบคอบด้วยความสะอาด ตั้งอยู่ในศีลาจาวัตรอันงดงามครั้นย่างเข้าสู่วัยหนุ่ม รูปร่างของท่านชินนะ บัญจะระ ยิ่งสวยสดงดงาม ผิวขาวละเอียดประดุจหยก หน้าแดงระเรื่อสีชมพู คิ้วโก่งดังคันศร ไว้เกษาเกล้าจุก เยื้องย่างสง่างามประดุจราชสีห์ ด้วยรูปงามเป็นที่ต้องตาต้องใจของสตรีเพศ จึงมีสตรีเพศต่างหลงใหลในตัวของท่านชินนะเป็นอย่างยิ่ง ด้วยท่านชินนะนั้นยึดพรหมจรรย์เป็นสรณะจึงมีแต่ความสงบแล้ววันหนึ่ง ขณะที่ท่านชินนะได้ออกบิณฑบาตโปรดสัตว์ ได้มีหญิงผู้หนึ่งซึ่งแอบหลงรักท่านชินนะ มิอาจยับยั้งใจเอาไว้ได้จึงได้โผผวาเข้ากอดท่านชินนะอย่างลืมตัว ท่านชินนะ เห็นอาการของผู้หญิงคนนั้นกระทำแก่ท่านดังนี้ก็บังเกิดความสังเวชอย่างใหญ่หลวง อันพรหมจรรย์ของท่านต้องมาแปดเปื้อนเสียดังนี้ ความยึดมั่นในพรหมจรรย์ของท่านต้องมาสะบั้นลง ท่านจึงดำริขึ้นว่า "ตัวท่านนี้มีรูปงามเช่นนี้ย่อมก่อให้เกิดอกุศลกรรมแก่อิตถีเพศ เป็นการสร้างบาปให้เกิดขึ้นด้วยมีกายรูปนี้เป็นเหตุ จะมีสักเท่าใดกันหนอที่ปรารถนาล่วงพรหมจรรย์ของท่านเช่นผู้หญิงคนนี้.."ท่านชินนะ คิดดังนี้ เห็นกายเป็นเหตุ กายทำให้พรหมจรรย์จิตเสื่อมสลาย กายก่ออกุศลจิตให้เกิดเป็นบาปกับอิตถีเพศผู้ยังมัวเมาในรูป ท่านจึงถอดกายทิพย์ออกจากร่าง ทิ้งสังขารไว้เมื่อยังไม่ถึงกาล เมื่ออายุท่านเพียง 23 ปี 6 เดือน กายทิพย์ของท่านจึงไปได้แค่ชั้นพรหมโลกท่านชินนะ นับว่าเป็นผู้รอบรู้พิธีการต่างๆของโลกวิญญาณ ท่านสามารถสวดพระคาถาคลายพระเวทย์ได้อย่างเยี่ยมยอดยามท่านสวดพระคาถาไม่ว่าบนโลกหรือบนสวรรค์เสียงของท่านจะก้องกังวานไปทั่วนรกภูมิ และสวรรค์สามสิบสามชั้นเทพพรหมได้ยินจะสะเทือนจิตออกจากสมาบัติหมดสิ้น เพื่อรับทราบพิธีการที่ท่านชินนะจัดขึ้นท่านชินนะบัญจะระ มีกายละเอียดอยู่ในชั้นพรหม ขณะนี้เป็นชั้นหัวหน้ารูปพรหม 16 ชั้น ควบคุมทั้งหมด ดังด้วยว่าสตรีเพศเป็นผู้ทำลายความบริสุทธิ์ของท่านเสียก่อนดังนี้ ทำให้ท่านละสังขารก่อนถึงกาลเวลาแห่งอายุดังนี้ จึงทำให้ท่านมีกำลังบุญอยู่ในแค่ชั้นพรหม ดังนั้นท่านจึงต้องสร้างบุญในโลกมนุษย์เพื่อสร้างบุญบารมีนำท่านขึ้นไปสู่แดนอรหันต์ดังนั้น ชินบัญชรคาถา หากท่านได้ภาวนาเป็นประจำสม่ำเสมอจักก่อให้เกิดผลดียิ่งแก่ผู้ภาวนา เพราะท่านท้าวมหาพรหม ชินนะบัญจะระ จะทรงแผ่อำนาจลงมาช่วยท่านตลอดเวลาคิดหวังอะไรย่อมสมหวังยิ่ง


วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2552

วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2552

เรียนรู้ไพ่ทาโร่ท์ความรัก

สอนไพ่ยิปซีและ ทาโร่ท์ฟรีค่ะ

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2552

ถามตอบดวงฟรี

กติกาการดูดวงฟรี
1) แจ้งชื่อหรือนามแฝง ระบุ วัน วันที่ เดือน พ.ศ. เกิด, ปีเกิด อายุ เพศ
2) เลขที่บัตรประชาชน 3 ตัวหลัง
3) เลือกเลข 3 ตัวเลข จาก เลข 1-22 4) ถามได้ 1 คำถาม โดยระบุคำถามที่ต้องการทราบต้องละเอียดชัดเจนเข้าใจง่ายนะคะ

ดูดวงกับกสิณา

สำหรับท่านที่ต้องการดูดวงเป็นการส่วนตัว
แบบที่ 1 ทำนายสดผ่านทางระบบทรูมูฟ *8818 ห้องที่ 07 เวลา 13.00 – 24.00 น. ทุกวัน
แบบที่ 2 ทำนายผ่านทาง MSN Chat (Webcam); ผ่านทางโทรศัพท์บ้าน หรือเดินทางมาพบด้วยตนเอง
ท่านที่ประสงค์จะรับคำพยากรณ์โดยพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ หรือ MSN Chat (Webcam) ท่านสามารถรับฟังคำทำนายทุกเรื่องที่ท่านต้องการทราบ อย่างละเอียด โดยท่านสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้
1) โอนเงินเข้าบัญชี คุณกัญญจิณณ์ รัตนมังสังค์ ( KANYAJIN RATTANAMANGSANG ) บัญชีเลขที่ 775 2 00152 3 ออมทรัพย์ ธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยแฮปปี้แลนด์
2) โทรแเจ้งยืนยันการโอนเงินของท่านหลังจากที่โอนแล้วที่เบอร์ 083 – 233 1395
- จำนวนเงินคิดครั้งละ 300 บาท ต่อคน หรือชั่วโมงละ 500 บาท (คิดเป็นชั่วโมงโดยท่านสามารถดูกี่คนก็ได้) และแจ้งวันที่ ๆ โอนเงิน จำนวนเงิน- แจ้ง e-mail address ของท่าน (ทำนายผ่านทาง MSN Chat (Webcam)); แจ้งเบอร์โทรของท่าน (เบอร์ที่ขึ้นต้นด้วย 02 – xxxxxxx เท่านั้น) หรือเบอร์โทรท่านที่สามารถติดต่อได้ (เดินทางมาพบด้วยตนเอง) และนัดหมายวัน เวลาที่สะดวกปรอดโปร่งด้วยกันทั้งสองฝ่าย (วันและเวลาที่นัดหมายล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 วันทำการ)

นิมิตพิศวง




เรื่องเล่านี้เป็นความฝัน แต่เป็นฝันที่ค่อนข้างแปลกมากๆ ค่ะ แต่ขอบอกไว้ก่อนนะคะว่ามันเป็นความเชื่อเฉพาะบุคคล อ่านแล้วโปรดใช้วิจารณญาณด้วยนะคะ
เรื่องก็มีอยู่ว่าคืนหนึ่งเรา (magical girl เอง) ก็เข้านอนตามปกติ คือประมาณตอน เที่ยงคืนกว่า ๆ ปกติแล้วเรามักจะฝันหลาย ๆ เรื่องในคืนเดียวกัน คือฝันแบบมั่ว ไม่เป็นเรื่องราวซักเท่าไหร่ แต่ถ้าถือศีล หรือไปทำบุญมา หรือสวดมนต์ ก็มักจะไม่ฝันอะไรเลย แต่คืนนั้นเราฝันเรื่องเดียวและก็รู้สึกว่ายาวนานมากกกกกก เราฝันว่าอยู่ที่บ้านดีๆ พี่ก็โทรมาให้ไปหาในสถานที่หนึ่งซึ่งเราไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน โดยบอกว่าต้องนั่งรถไฟไปเท่านั้น เราก็เลยไปที่สถานีรถไฟ ซึ่งไปซื้อตั๋วมาพนักงานขายก็สวยมาก เหมือนพนักงานสายการบินเลย เธอบอกว่า ราคา 300 บาท ซึ่งตอนนั้นเรานึกว่าแพงจังเพราะความรู้สึกว่าไม่ได้ไปไกลออกต่างจังหวัดซักหน่อย แต่เราก็ควักเงินให้เธอ แล้วเธอก็ยื่นตั๋วให้พร้อมกับให้ของมาคือ ถุงสีเหลืองข้างในมีหนังสือ 2 เล่ม ตุ๊กตาเด็ก หัวจุก 2 ตัว ตุ๊กตานก 2 ชุด (1 ชุด มี 2 ตัว) เธอบอกว่าที่ที่เราจะไปเป็นสถานีสุดท้ายเลย แล้วเราก็ขึ้นไปบนรถไฟขบวนนั้น รถไฟเป็นรถไฟสีขาว ข้างในกว้างมากกกกก แต่ละโบกี้ จะกว้างเหมือนห้องใหญ่ๆ มีคนขึ้นก่อนหน้าเราเป็นผู้ชายเราขึ้นตามหลังเขาไป พอขึ้นไปเขาก็ได้ที่นั่งเลย แต่เรามองไปก็มีคนนั่งเต็มไปหมด เราเดินไปเรื่อยๆ ทุกคนทำหน้าเฉยๆ ไม่ทักกันไม่คุยกันเลย ไม่มีที่นั่งเราเลยเดินไปถึงโบกี้ที่ 3 (เราเดินมาจากโบกี้สุดท้ายแล้วเดินไปข้างหน้า) ก็ไม่มีที่นั่งอีก แต่โบกี้นั้นมีโต๊ะสีขาวอยู่ตรงกลางโบกี้ เราเลยไปยืนและวางของตรงโต๊ะนั้น วางได้ก็จริงแต่ว่าเขามีคนวางของไว้ก่อนแล้ว โดยวางไว้เหมือนการจองที่ไว้ก่อน เราวางทับของเขานั่นแหละ จากนั้นเรายืนซักพักหนึ่ง ถุงสีเหลืองก็หายไปเหลือแต่หนังสือเราก็ตกใจว่าทำไมถุงหายได้ไง พอหันไปดูข้างหลัง ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่หน้าตาดี บุคลิกดี แต่งตัวก็ดูไม่ได้ยากจนเลย อายุน่าจะประมาณ 40 ต้นๆ แต่ก็ดูไม่แก่นะ เขาใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว กางเกงสีขาว นุ่งทับอย่างดี เข็มขัดสีขาว ดูเรียบร้อยมาก อ๊ะ!!! นั้น เขาถือถุงของเราอยู่นี่ เราก็เลยไม่รอช้า ด่าเลยครับ “หน้าก็ดี มาขโมยของคนอื่นได้ไง #@@!##$$$ “ คนก็มองกัน ผู้ชายคนนั้นพูดว่า “ผมไม่ได้ขโมย” เราก็ว่าต่อ ว่ามันเป้นของเรา เราจำได้ แล้วเราก็หันกลับมาที่โต๊ะ ถุงก็กลับมาเหมือนเดิม และผู้ชายคนนั้นก็ไม่มีถุงอยู่ในมือแล้ว จากนั้นก็มีคนลง จากประตูที่เปิดทางด้านซ้ายมือซึ่งตรงกับโต๊ะที่เรายืนพอดี (รถไฟขบวนนี้จะคล้ายๆ กับรถไฟฟ้า ที่มีประตูอัตโนมัติเปิดปิด) เราก็เลยเดินไปมองดู ที่ๆ คนลงมันเป็นป่ามืด ๆ มองไม่เห็นอะไรเลย มืดมากเห็นแต่ว่ามีต้นไม้ไม่มีสถานีด้วย เห็นแต่หลังเขาเป็นเงาดำๆ เดินเข้าไปที่ป่านั้น จากนั้นเราก็จะเดินกลับมาที่โต๊ะ ในตอนนั้นเงินเราก็งอกออกมาจากกระเป๋ากางเกง มีทุกแบงค์เลย มันฟูออกมา เราก็พยายามยัดลงไป มันก็ฟูขึ้นมาอีก ก็มีผู้หญิงป้าๆคนหนึ่งอายุประมาณ 50-60 ได้ มากับเด็กประมาณ 6-7 ขวบ นั่งอยู่ที่นั่งข้างประตู ก็เดินเข้ามาก็ทำหน้าตายิ้มแบบน่ากลัวมาก เธอทำตัวงอๆ เหมือนกำลังย่องมาแย่งเงินของเรา เราก็ว่าป้าจะทำอะไรหน่ะ ป้าก็จะมาทีตัวเรา แต่แกก็เข้าใกล้เราไม่ได้ แล้วแกก็กลับไปนั่งที่เดิม ไอ้เงินบ้านี่มันก็ไม่ยอมลง ยัดเท่าไหร่ก็ไม่ยอมลง เราก็เริ่มกลัว พอดีมีคุณลุงคนหนึ่งหน้าตาใจดี แก่มากับหลานๆ 4 คน ใส่ชุดขาวกันหมด แก่ก็บอกว่า “หนูมายืนกับลุงนี่เขาจะได้ไม่คิดว่ามาคนเดียว” เราก็เลยรู้สึกดีขึ้น คุณลุงและหลาน ๆ ก็ยืนตรงโต๊ะที่เราวางของนั่นแหละ และของที่วางก็เป็นของแกและหลานๆ เราก็เลยเอาถุงของเรามาถือเอง และยืนออกมาจากโต๊ะนิดหนึ่ง เพราะเหมือนทุกคนมีตำแหน่งของตัวเอง เอาอีกแล้ว พอออกมานิดหันหลังไปก็มีป้าคนหนึ่งทำท่าเหมือนป้าคนเดิมเลย จะมาแย่งเงินอีก เรากลัว แล้วรู้สึกไม่ดีแล้ว แต่แกก็เข้าใกล้ตัวเราไม่ได้แล้วแกก็หันหลังกลับไป เราเลยถามคุณลุงว่า “ลุงเมื่อไหร่จะถึงเสียที่ นานมากเลย” ลุงยิ้มและตอบว่า “อีกนาน มันอ้อมมาก ของหนูสถานีสุดท้ายอีกนาน” เราก็เริ่มจะร้องไห้และนึกได้ว่า นี่เราไม่รู้ว่าไปที่ไหนเลย “หนุอยากลงแล้ว นั่งแท็กซี่ไปไม่ได้เหรอ หารกันนะลุง หรือหนูออกเองก็ได้แต่หนูอยากลงแล้ว” ลุงยิ้มเหมือนเดิม “ลงไม่ได้หรอก แล้วลุงก็ไปคนละที่กับหนู ลุงลงก่อน” กลัวมาก รู้สึกกลัวมาก จะร้องไห้แล้ว อยากลง อยากกลับบ้าน แล้วเราก็ได้ยินเสียงคนคุยกันว่า “หนูจะเอาพระไปเชิญวิญญาณมันกลับมาบ้านนะแม่” นั้นเสียงพี่ และเราก็มองเห็นแสงและเห็นพระยืนอยู่ที่ประตูแต่เป็นประตูของโบกี้อื่น และอยู่ทางขวามือด้วย เท่านั้นแหละ ดีใจมาก วิ่งเลย ตื่นเลย
พอตื่นมารู้สึกใจหายมาก เหนื่อยและปวดหัวมากกกก ปวดแบบหนักหัวมาก จะร้องไห้ และตื่นก่อนเวลาตื่นทุกวันประมาณ ครึ่งชั่วโมง กลัวมาก ตื่นแล้วยังรู้สึกกลัวเพราะยังไม่เช้าเลย เรานอนนิ่งๆ และคิด แต่ไม่กล้าลุกขึ้นกลัว คิดว่าทำไมถึงฝันแบบนี้ และคำตอบมันดันขึ้นมาเองว่า อ้อ เราเคยไปถือศีล อยู่เป็น 4-5 เดือนถึงจะไม่ได้เก่งแต่ก็ตั้งใจ เรามีปัญญา เราเดินทางลัด เดินตามรอยพระพุทธเจ้า เดินทางตรง แต่ตอนนี้เรามาอยู่ทางโลก มันเป็นทางอ้อม ไกลมาก ไม่ถึงเสียที และไม่รู้ว่าที่ๆ จะไปเป็นที่ไหน เงินที่ติดตัวคือบุญที่เราทำนั่นแหละไม่มีใครแย่งเราได้ หนังสือก็คือปัญญาทางธรรมของเราที่มันสะสม และเอาไปได้เท่านั้น แต่ทุกวันนี้เราเดินทางอ้อมมากๆ เราเลยไม่รู้ว่าเราจะไปที่ไหน และจะถึงเมื่อไหร่ หากเราตายไปเราอาจไม่ได้โชคดีได้ไปในที่ดีดีก็ได้ และคิดว่าที่เราฝันเพราะว่า ตอนกลางวันวันนั้นเราตั้งสัจจะนั่งสมาธิไว้ 6 ชั่วโมงต่อ อาทิตย์แต่เราก็ขี้เกลียด นั่งได้แค่ชั่วโมงเดียว เพราะงก พอมีลูกค้าโทรมาก็ตกใจออกจากสมาธิ เลยทำให้นั่งไม่ครบเวลา และก็ไม่ได้แผ่เมตตาด้วย เราก็เลยคิดว่า คงเป็นคำเตือนนั้นแหล่ะ ว่าอย่าประมาทนะ เวลาที่มีอยู่ก็ควรจะทำในสิ่งที่ดี จะได้ไม่หลงทาง เพราะหากหมดเวลาแล้วคงไม่มีใครช่วยเราได้ และเราก็ไม่สามารถเลือกทางไปได้อีกด้วย“เพราะฉะนั้น เวลาที่เหลืออยู่ ควรเลือกทำดี เพราะนั่นหมายถึงเราได้เลือกจุดหมายปลายทางของเราไว้แล้ว”

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2552

รู้จักกันก่อน


ประวัติส่วนตัว..........กสิณา Magical girl
การศึกษา ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต วิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ศาสตร์การพยากรณ์ที่ได้ศึกษา : ไพ่ทาโรท์เจาะใจ,ไพ่ยิปซีกระแสจิตชั้นสูง ,โหราศาสตร์ไทย (ราศีจักร
ลัคนาเดียว) , เลขศาสตร์ , นามศาสตร์
ประวัติการทำงานปัจจุบัน :นักพยากรณ์ไพ่ยิปซีระบบกระแสจิตชั้นสูงผ่านเครือข่ายทรูมูฟ
(True move *8818 ห้อง 07)
งานอดิเรก เขียนบทความ, วาดภาพ, ออกแบบภาพ (Graphic Design)

ที่มาที่ไป

ขอแนะนำตัวค่ะ แม่มดพยากรณ์คนนี้ ชื่อกสิณา ที่แปลว่า สมาธิค่ะ ก่อนที่จะมาเป็นกสิณาก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มาเป็นนักพยากรณ์ หรือหมอดูเลยด้วยความที่วัยเด็ก เป็นคนเรียนดีพอสมควร(แถมเรียนวิทยาศาสตร์มาตลอด) และมั่นใจในตัวเอง ก็เลยเป็นพวกที่ เค้าเรียกกันว่า อีโก้สูงมากกกกกก ไม่เชื่อใครง่ายๆ และเกลียด ที่สุดคือคนที่เรียกตัวเองว่าเป็น หมอดู มากกกกกก เพราะดูไม่ค่อยจะมีเหตุผล เดาเอาหรือเปล่า หลอกลวงหรือเปล่า จิตวิทยาชัดๆ เวลาเจอหมอดูก็ชอบเข้ามาทักเราตลอดเลยยิ่งเกลียดไปกันใหญ่ จนมาวันหนึ่งเมื่อเราสูญเสียทุกอย่าง ทั้ง เงิน งาน เพื่อน และความรัก คงไม่ต้องบอกใช่ไหมคะว่าเป็นอะไร ก็ทุกอย่างเลยมาพร้อมกัน ทั้ง อกหักรักคุด ตุ๊ดสวยกว่า เป็นหนี้ เงินไม่มี หมดตัว ร้านเจ๊ง เพื่อนสนิทเห็นเราเป็นที่เสียบมีด ก็ทั้งหมดแหล่ะนะ แค่เรื่องเดียวก็จะตายอยู่แล้ว นี่เล่นซะทุกเรื่องเลยพร้อมกันค่ะท่าน ณ ตอนนั้นก็คิดดู ผู้หญิงตัวเล็ก หน้าตาน่ารักคนหนึ่ง (จะน่าสงสารหรือจะน่าหมั่นไส้ดีเนี่ย) ก็คิดว่าน่าจะตายไปซะเลย แต่ยังดีที่พอจะมีบุญเก่าอยู่บ้าง ทำให้คิดว่าถ้าตายเองก็ดีหรอกแต่ถ้าให้ฆ่าตัวตายคงปาบมากกก และโง่มาก คิดถึงแม่ คิดถึงตอนเด็กๆ แต่ก็มืดไปหมดคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงต่อไปดี จึงคิดว่าตัวเราตอนนี้ไม่มีสติเลย เราต้องไปหาสติ และแล้วเราก็ได้ไปโผล่ที่สถานปฏิบัติธรรมชื่อ “แดนมหามงคล” ได้มีบุญอยู่ถึง 1 พรรษา (อยู่ถึง 4เดือนครึ่ง ปัจจุบันยังแวะเวียนไปบ้าง และยินดีเป็นสะพานบุญหากมีผู้สนใจอยากไปปฏิบัติธรรม) เราได้ถือศีล บวชใจ ได้ปฏิบัติ จนเรามีสติและกลับมาสู้ชีวิตได้อีกครั้ง คงอยากรู้แล้วสิคะว่าทำไมมาเป็นหมอดู พอออกมาจากการถือศีล ก็กลับมาอยู่กับบ้านไม่มีงานทำมา 1 ปีเต็ม แต่ในระหว่างนั้นก็ได้มีโอกาสเรียนไพ่ยิปซี จากเพื่อนที่ได้รู้จักกันตอนถือศีล เราเรียนแค่ 1 วัน ก็สามารถจำความหมาย และสามารถทำนายได้เลย ใน 1 ปีนั้นก็ทายญาติพี่น้อง คนข้างบ้าน คนรู้จัก เพื่อนๆ จนทุกคนบอกว่าแม่นมากกกกกและก็เลย ถูกเรียกว่าเป็น “ แม่หมอ” แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ยอมรับนะ เลยไปหางานทำ ไม่เอาหน่ะ!!! ไม่อยากเป็นหมอดูนี่ ตอนนี้ไม่ได้เกลียดแล้วแต่ก็ไม่อยากเป็น พอมาทำงานมีสังคมใหม่พอรู้ว่าเราดูดวงได้ ก็ขอร้องให้ดูให้อีก ดูจนคนบอกต่อๆ กัน มาหาที่บ้านบ้าง มารับไปดูที่บ้านบ้าง จนเริ่มรู้สึกว่ามันก็สนุกดีนะแถมได้เงินด้วย แต่ถ้าจะทำจริงจังก็ไม่กล้า คงเป็นเพราะเราเรียนมาน้อยด้วย อ้อลืมบอกว่าทำงานได้ไม่นานก็ต้องออกเพราะทะเลาะกับเจ้าของ เราเป็นคนตรงไม่คดโกงเลยมีแต่คนเกลียดขี้หน้าและถูกระบายสี(ดูนางเอ๊กนางเองยังไงไม่รู้เนอะ) เลยยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าอาชีพนี้น่าจะเหมาะกับเรานะ เพราะเราเป็นคนตรง ไม่เล่ห์เหลี่ยมกับใครและก็มีประสบการณ์ชีวิตมาพอสมควร สามารถแนะนำช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้คนอื่นได้ในหลายๆเรื่อง จึงตัดสินใจไปเรียนแบบจริงจัง โดยได้เรียนทั้งหมด 4 วิชาด้วยกันได้แก่ ไพ่ยิปซีกระแสจิตชั้นสูง โหราศาสตร์ไทย เลขศาสตร์ และนามศาสตร์ และดวงชะตาก็นำพาให้ได้เป็นนักพยากรณ์อย่างเต็มตัว โดยทำนายดวงสด ผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบระบบทรูมูฟ และได้ออกงาน event ต่างๆ อีกด้วยค่ะ (อ้อลืมบอกไป คน ดวงมันจะได้เป็นหมอดู ไปสมัครเรียนแต่อาจารย์ให้ทำงานด้วยเลย) ทุกวันนี้ยอมรับและภูมิใจในอาชีพนี้มากเลยค่ะ ไม่ว่าใครจะเรียกว่า หมอดู แม่หมอ หรืออะไรก็แล้วแต่ก็ยิ้มรับเสมอค่ะแต่ก็อยากจะให้ทุกคนรู้จัก จดจำเรา และเรียกว่า กสิณา แม่มดพยากรณ์ เป็นฉายาก็จะดีมากๆ เลยค่ะ อิอิ
“ ต้องขอบคุณดวงชะตาที่เลวร้าย ที่ทำให้เรามีจุดเปลี่ยน....เปลี่ยนไปเกิดใหม่ในทางธรรม ”